สุขภาพสดใสร่างกายมีชีวิตชีวา

แหล่งรวมความรู้เกี่ยวกับ สุขภาพ การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย โรคภัยไข้เจ็บ ความสวยความงาม การลดความอ้วน อาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ เป็นคลังความรู้สำหรับผู้สนใจทุกคน

อาหารการกิน

อ่าน: 689 ครั้ง

หมวดหมู่: ความรู้ทั้วไป, อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหาร เป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญต่อชีวิตของคนเรา เพื่อที่จะให้เด็กของเราทุกวันนี้เจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งการมีชิวตอยู่อย่างผาสุกปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนั้น พ่อแม่และครูจะต้องเป็นผู้ที่ช่วยอบรมสั่งสอนให้เด็กของตนได้เข้าใจถึงความสำคัญ และคุณค่าของอาหาร ให้เข้าใจถึงอันตรายที่จะได้รับจากการกินอาหารผิด ๆ และให้เด็กปฏิบัติตนจนเป็นนิสัยอันดีในการกินอาหารอย่างถูกต้องต่อหลักของสุขภาพอนามัย

ก่อนอื่น เราควรจะต้องให้เด็กเข้าใจเสียก่อนว่า ทำไมเราจึงต้องกินอาหารหรือว่าร่างกายต้องการอาหารไปเพื่อประโยชน์อะไร อาหารนั้นไม่ใช่ว่าเราจำเป็นต้องกินก็เพราะความหิวทำให้ต้องกินเข้าไปเพื่อให้อิ่ม ร่างกายต้องการได้อาหารก็เพราะเหตุว่า

1. อาหารช่วยสร้างร่างกายให้เจริญเติบโต

2. อาหารช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งในแต่ละวันต้องทำหน้าที่และมีการชำรุดสึกหรอไปได้อยู่ตลอดเวลา

3. อาหารช่วยให้เกิดพลังงานในการเคลื่อนไหวและการทำหน้าที่การงานของอวัยวะต่าง ๆ กับยังทำให้เกิดความอบอุ่นขึ้นภายในร่างกาย

4. อาหารช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราเป็นไปโดยปกติสุข และปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

เมื่อเด็กได้เข้าใจถึงคุณค่าของอาหารที่มีต่อร่างกายดังกล่าวนั้นแล้ว ขั้นต่อไปจะต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจดีอีกว่า ที่เรียกว่าอาหารนั้นเป็นเพียงคำรวม ๆ เท่านั้น ในอาหารที่ร่างกายต้องการนั้นยังแบ่งออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า “สารอาหาร” ประเภทของอาหารหรือสารอาหารนี้ แต่ละชนิดให้คุณค่าทางอาหารแตกต่างกันไป และร่างกายต้องการแต่ละประเภทในจำนวนแตกต่างกัน แต่ทุก ๆ มื้อและทุกวัน ร่างกายต้องการอาหารนี้ครบถ้วนทุกประเภท ดังนั้นการกินอาหารที่ถูกต้องนั้น ในแต่ละวันจะต้องได้อาหารให้ถูกต้องทั้งปริมาณและคุณค่าของอาหารตามที่ร่างกายต้องการ เมื่อเด็กเข้าใจดีถึงเรื่องของประเภทอาหารหรือสารอาหาร และจำนวนของแต่ละประเภทที่ร่างกายต้องการดีแล้ว ควรจะได้ย้ำและชี้แจงให้เข้าใจดียิ่งขึ้นว่า ผู้ที่กินอาหารได้มากนั้นไม่ได้หมายความว่าได้รับอาหารอย่างสมบูรณ์เสมอไป เพราะอาจได้อาหารไม่ครบถ้วนทุกอย่างตามที่ร่างกายต้องการ อาจได้อาหารเป็นปริมาณมากจริงแต่ขาดคุณค่าทางอาหารไปก็ได้

อาหารที่ร่างกายต้องการนั้น มีประเภทอาหารหรือสารอาหารที่สำคัญเป็น 5 อย่างด้วยกันคือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ บรรดาอาหารเหล่านี้ ร่างกายต้องการเป็นจำนวนแตกต่างกันไป แต่ต้องการได้ทุกมื้อของอาหาร เด็กซึ่งกำลังเจริญเติบโตต้องการเป็นจำนวนมากกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเทียบกันโดยอัตราส่วนเพราะต้องการที่จะนำไปสร้างอวัยวะต่าง ๆในการเจริญเติบโตด้วย ส่วนผู้ใหญ่นั้นเมื่อหยุดการเจริญเติบโตแล้ว การต้องการอาหารก็เพียงเพื่อจะนำไปใช้ให้เกิดพลังงานช่วยซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และเพื่อการดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุขเท่านั้น

คุณค่าของอาหารแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป ซึ่งจะกล่าวโดยย่อ ๆ ดังนี้

อาหารพวกโปรตีน หรืออาหารจำพวกเนื้อ ซึ่งจะมีอยู่ในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ และพวกพืชบางชนิด มีคุณค่าในการสร้างความเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอ ให้พลังงาน และช่วยให้ชีวิตอยู่เป็นปกติสุข อาหารพวกนี้มีอยู่ในเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว หมู เป็ด ไก่ ปลา ไข่ น้ำนม ถั่ว และผักผลไม้ต่าง ๆ

อาหารพวกไขมัน ช่วยให้เกิดพลังงานและความร้อนมีอยู่ในนม เนย ไขมันสัตว์ และน้ำมันจากพืช

อาหารพวกคาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารจำพวก ข้าว แป้ง และน้ำตาล มีคุณค่าในการให้พลังงาน ช่วยเสริมเสร้างความเจริญเติบโตและช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทอื่นให้เกิดคุณค่าที่ร่างกายจะใช้เป็นประโยชน์ได้

อาหารพวกวิตามิน เป็นพวกสารประกอบเคมี ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข ถ้าหากขาดไปแล้วจะทำให้เกิดความผิดปกติหรือเกิดโรคขึ้น วิตามินมีหลายชนิดด้วยกัน แต่ละชนิดต่างก็มีคุณสมบัติต่างกัน วิตามินที่สำคัญ ๆ ได้แก่วิตามินเอ บี ซี ดี อี เอฟ จี เค นอกจากนั้นยังมีอีกหลายชนิดที่มีคุณค่าต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเรานั้นยังรู้กันน้อย

อาหารพวกเกลือแร่ ได้แก่ ธาตุต่าง ๆ ซึ่งร่างกายต้องการในการสร้างเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และการปฏิบัติหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ให้เป็นไปโดยปกติสุข เกลือแร่ต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการนี้ได้แก่ โซเดียม คลอรีน เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส คาร์บอน เป็นต้น

ตามที่กล่าวมานี้พูดอย่างย่อมาก ในการให้ความรู้แก่เด็กในเรื่องประเภทของอาหารแต่ละชนิดนี้ จะต้องกล่าวไปแต่ละอย่างโดยละเอียด มีภาพแสดงและมีตัวอย่างของอาหารให้เด็กได้เห็น นอกจากนั้นควรจะได้ให้เด็กได้รู้ถึงผลในการเปรียบเทียบระหว่างผู้ได้อาหารถูกต้องกับผู้ที่ขาดอาหารแต่ละประเภทด้วย ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ว่า การสอนและอบรมเด็กให้รู้เรื่องอาหารนี้ ไม่ใช่แค่การสอนให้เด็กท่องจำเพื่อการที่สอบสุขศึกษาได้ ความมุ่งหมายอยู่ที่จะต้องหาทางให้เด็กได้เข้าใจให้ดีและปฏิบัติได้ถูกต้องจนเกิดเป็นนิสัย เรื่องของสุขศึกษานั้น ความสำคัญและความมุ่งเหมายอันแท้จริงไม่ได้อยู่ที่การท่องจำอย่างวิชาอื่น หากแต่อยู่ที่ว่าเด็กจะนำไปปฏิบัติได้ดีหรือไม่มากกว่า

ควบคู่ไปกับเรื่องของอาหาร เด็กควรจะได้รับความรู้ถึงเรื่องของระบบทางเดินอาหาร อวัยวะของระบบทางดินอาหารนี้ถ้าจะเปรียบเทียบก็ไม่ผิดกับโรงครัวโรงใหญ่ ซึ่งมีอยู่ภายในร่างกายของเรา เป็นโรงครัวที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรพิสดารและทำหน้าที่ได้อย่างพิเศษสุด บรรดาอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นจะถูกเลือกเอาแต่เฉพาะส่วนที่ร่างกายต้องการ มาย่อยจนเป็นอนุภาคที่เล็กมากจนสามารถจะซึมซาบผ่านเข้าไปในกระแสเลือด เพื่อนำไปใหเกิดประโยชน์ต่อร่างกายต่อไปได้

ความสำคัญของอาหารที่รับประทานเข้าไป

เริ่มต้นจากปาก ซึ่งเป็นต้นทางของการเดินทางของอาหารเมื่ออาหารเข้าสู่ปาก ฟันจะทำหน้าที่ตัด ฉีด บด เคี้ยวให้อาหารนั้นแหลกละเอียดเสียก่อนเป็นขั้นต้น ขณะเดียวกันต่อมน้ำลายจะขับน้ำลายออกมาช่วยเกลือกกลั้วอาหารให้อ่อนนุ่ม และช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งให้เป็นน้ำตาล เมื่ออาหารแหลกละเอียดบ้างแล้ว ลิ้นก็จะช่วยกวาดอาหารให้ถูกกลืนลงไปทางหลอดอาหารไปสู่กระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารกักอาหารนั้นไว้ชั่วระยะหนึ่ง ขณะเดียวกันจะการบีบรัดตัวเพื่อให้อาหารคลุกเคล้ากันให้ทั่ว และขับน้ำย่อยออกมาช่วยย่อยอาหารประเภทเนื้อให้ถูกย่อยลงไปบางส่วน

ต่อจากนั้น อาหารจะถูกดันให้ผ่านลงมาสู่ลำไส้เล็ก ซึ่งมีความยาวมากด้วยการบีบรัดตัวของลำไส้เล็ก จะช่วยรีดเอาอาหารให้ผ่านเรื่อยมาตลอดแนวทางลำไส้เล็ก ขณะเดียวกันจะมีน้ำย่อยจากน้ำดี จากตับอ่อนและจากตัวลำไส้เล็กเอง ขับออกมาช่วยย่อยอาหารจนมีอนุภาคเล็ก ๆ และค่อย ๆ ถูกดูดซึมซาบเข้ากระแสเลือดเรื่อยไปเมื่อมาสุดทางของลำไส้เล็กนั้น การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารที่ย่อยแล้วก็จะสิ้นสุดลงคงเหลือแต่อาหารที่ไม่ถูกย่อยหรือที่ร่างกายไม่ต้องการแล้วผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่เป็นกากอาหารที่ร่างกายจะขับทิ้งต่อไป

ตอนแรกเมื่อเข้ามาถึงลำไส้ใหญ่นั้น กากอาหารจะเหลว เพราะยังมีพวกน้ำอยู่ส่วนมาก เมื่ออาหารผ่านลำไส้ใหญ่ไปนั้น น้ำจะถูกดูดซึมกลับคืนเข้าสู่ร่างกาย พอมาสุดที่ปลายของลำไส้ใหญ่กากอาหารก็จะเหลือเป็นส่วนเนื้อ ซึ่งจะรวมเป็นก้อนขึ้นก่อนที่จะถูกขับถ่ายทิ้งออกทางทวารหนักต่อไป

จากที่กล่าวมานี้ พอที่จะได้ข้อคิดต่อไปว่า ถ้าหากเกิดความผิดปกติอย่างใดขึ้นแก่อวัยวะของระบบทางเดินอาหารก็ตาม หรือการรับประทานอาหารไม่ถูกต้องก็ตามย่อมจะทำให้การย่อยอาหารผิดปกติไป และการที่จะได้อาหารเข้าไปสู่ร่างกายนั้นก็จะไม่ได้อย่างเต็มที่

เมื่อเด็กได้เข้าใจถึงเรื่องของคุณค่าของอาหารดีแล้ว มองเห็นถึงความวิจิตรพิสดารและเกิดความสนใจขึ้นในเรื่องระบบทางเดินอาหารและการย่อยอาหารแล้ว เรื่องที่เด็กควรจะรู้และเข้าใจให้ดีต่อไปก็คือ อันตรายที่จะเกิดขึ้นได้จากอาหาร เพื่อที่จะให้เด็กได้รู้จักระวังตัวในการกินอาหาร ซึ่งจะต้องได้อาหารอย่างถูกต้องและปราศจากสิ่งที่จะก่อให้เกิดเป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกายด้วย

อันตรายจากอาหารที่รับประทานเข้าไป อาจมีได้ดังนี้

1. ถ้าได้อาหารที่ขาดคุณค่า คือ ได้อาหารไม่ครบถ้วนทุกประเภทตามที่ร่างกายต้องการแล้วจะเกิดโรคขาดอาหารได้

2. ถ้ากินมากจนเกินไปและกินไม่เป็นเวลา จะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยหรือทำให้อ้วนมาก จนอาจเป็นเหตุทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคต่าง ๆ ได้ง่าย ตรงกันข้าม ถ้ากินน้อยเกินไปร่างกายก็จะไม่เจริญเติบโต ร่างกายจะอ่อนแอ และมีความต้นทานโรคน้อยมาก

3. อาหารที่เสีย บูดเน่า ถ้ากินเข้าไป จะเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน

4. อาหารบางอย่างอาจเกิดอาการแพ้ขึ้นได้บางคน ส่วนมากเป็นอาหารประเภทโปรตีน ทำให้เกิดท้องเสีย เกิดลมพิษ หรือบางคนหอบหืด

5. อาหารบางอย่างมีพิษและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เช่น เห็ดเมา ปลาบางชนิด แมงดาทะเล เป็นต้น

6.อาหารที่มีเชื้อโรคอยู่ ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารได้ เช่น ท้องเสียอย่างแรง อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ บิด เป็นต้น

7.อาหารอาจมีพวกพยาธิหรือไข่พยาธิอยู่ ทำให้พาธิเข้าสู่ร่างกายได้ เช่นพยาธิไส้เดือน พยาธิตัวตืด พยาธิเส้นด้าย พยาธิใบไม้ใจตับ พยาธิตัวจิ๊ด

8. อาหารที่ปรุงไม่ดี สุก ๆ ดิบ ๆ ทำให้ย่อยยาก และเกิดโรคทางเดินอาหาร

9.อาหารซึ่งผู้ทำอาหารทำไม่สะอาด ไม่ระวังป้องกันแมลงวันตอม หรือผู้ปรุงอาหารเป็นโรคติดต่อ ทำให้ผู้กินอาหารเข้าไปเกิดโรคได้ อาหารตามร้านค้าอาหรที่สกปรกและทำไม่สะอาดพอ ควรจะหลีกเลี่ยงเสีย

10.อาหารจากการทุจริตปลอมแปลงโดยพวกผู้ค้าอาหาร หรือเติมสิ่งซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายลงไปในอาหาร อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้อย่างมาก

ท้ายที่สุด ก็มาถึงเรื่องที่จะต้องคอยเน้นคอยเตือนให้เด็กได้รู้จักหลักในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการกินอาหารให้ถูกต้องและปฏิบัติให้เกิดเป็นสุขนิสัย ดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
  2. กินอาหารช้า ๆ อย่ารีบร้อน พยายามเคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  3. กินอาหารให้เป็นเวลา ไม่ควรกินอาหารจุบจิบ
  4. กินอาหารให้ได้ทั้งปริมาณและคุณค่าของอาหารตามร่างกายต้องการ
  5. กินแต่อาหารที่สุกดีแล้วและสะอาด
  6. ระหว่างอาหารดื่มน้ำแต่พอควร แต่ก็อย่าลืมวันหนึ่ง ๆ ควรดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว
  7. ระหว่างอาหารควรถือว่าเป็นเวลาที่มีสุขที่สุดเวลาหนึ่ง พึงขจัดอารมณ์ไม่ดีเสียให้หมด
  8. ระหว่างอาหารอย่าพูดคุยหรือหัวเราจนลืมตัว โดยเฉพาะขณะที่อาหารยังเต็มอยู่ในปาก
  9. หลังอาหารอย่าอาบน้ำทันที
  10. หลังอิ่มอาหารควรเดินเล่นสักเล็กน้อย แต่อย่าออกกำลังกาย หรือทำงานหนักหรือใช้หัวคิดเคร่งเครียด
  11. อาหารที่ตกตามพื้นแล้วทิ้งเสีย อย่าเก็บขึ้นมากินอีกต่อไป
  12. ฝึกนิสัยในการถ่ายอุจาระทุกวันและเป็นเวลา

จากหลักการปฏิบัตินี้แต่ละข้อ ควรจะได้ชี้แจงให้เหตุผลแก่เด็กให้เข้าใจให้ดีด้วยว่าที่ต้องปฏิบัติไปเช่นนั้นเพราะเหตุใดหรือเพื่ออะไร ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนั้นจะเกิดผลเสียอย่างใดขึ้นแก่ตน ไม่เช่นนั้นแล้วเด็กจะมองเห็นไปว่าวิธีการปฏิบัติอันดีงามเหล่านี้ คือกฏระเบียบที่มีไว้บังคับให้เด็กต้องทำตาม ซึ่งยากที่จะปลูกนิสัยอันดีให้แก่เด็กได้

เรื่องอาหารการกิน ที่พูดมานี้ย่นย่อมาก ความมุ่งหมายเพียงจะแนะถึงแนวการให้การอบรมสุขศึกษาแก่เด็ก และขอย้ำว่า การให้การศึกษาแก่เด็กนั้นจะต้องให้เด็กเข้าใจให้ดีแล้วนำไปปฏิบัติจนเกิดเป็นนิสัยประจำตัว ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เด็กท่องจำมาเพื่อสอบได้ แต่เด็กไม่เข้าใจ ไม่ทราบเหตุผลและไม่นำไปใช้ปฏิบัติให้เกิดผลดีในด้านสุขภาพของเด็กเองเลย

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

  • อย่าเค็มนักเลยอย่าเค็มนักเลย ที่จะพูดกันนี้ ไม่ใช่พูดถึง “คนเค็ม” แต่พูดถึงเรื่อง “กินเค็ม” ซึ่งก็หมายถึงเรื่องเกลือในอาหารหรือเกลือแกงนั่นแหละ เกลือนอกจากจะใช้เป็นเครื่องชูรส ทำให้อาหารมีรสเค็มและอร่อยขึ้น […]
  • คุณค่าของน้ำนมคุณค่าของน้ำนม นมเป็นอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะทารกต้องพึ่งนมของแม่หรือของสัตว์เป็นอาหารตลอดมาจนกว่าจะเติบโตพอที่จะกินอาหารอย่างอื่นได้ จึงตจะหย่านมหรือลดจำนวนนม […]
  • กรดอะมิโนกรดอะมิโน ถ้าคุณเป็นคนคลั่งไคล้นักกีฬา และต้องฝึกหนักเพื่อเข้าแข่งขัน ร่างกายของคุณต้องการกรดอะมิโนเพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ แต่กรดอะมิโนคืออะไร […]
  • แป้งสาลีแป้งสาลี คำแนะนำกันมาตลอดว่า อาหารในแต่ละวันส่วนใหญ่ควรมาจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งก็คือ ข้าว แป้ง เผือก มัน รวมถึงขนมปังทั้งหลายที่ทำมาจากแป้งสาลี (Wheat) แต่แท้จริงแล้วควรกินแป้งสาลี […]
  • กินเท่าไรจึงจะพอกินเท่าไรจึงจะพอ ปัญหาที่ตามมาคือกินเท่าไรจึงจะได้โปรตีนเพียงพอเพื่อที่ร่างกายของเราจะมีฮอร์โมน เอนไซม์ และทำให้ภูมิต้านทานของเรายังแข็งแรง […]

ชีวิตชีวา เว็บบอร์ด