18 December 2012

การรักษามะเร็งตามแนวธรรมชาติบำบัด

วิธีการรักษามะเร็งตามแนวธรรมชาติบำบัดเป็นแนวทางที่เราได้ศึกษาจากวิธีการรักษามะเร็งของหลาย ๆ สำนัก เช่น ของแมกซ์ เกอร์สัน วิลเลียม เคลลี รวมทั้งแนวคิดเรื่องหยินหยางของแมคโครไบโอติกส์ รับเอาวิธีการทางธรรมชาติบำบัดของตะวันออกมาประสานกับวิธีการของยุโรปอย่างวารีบำบัด แล้วปรับใหม่ให้เป็นแบบไทย ๆ เช่น อาหารที่ค่อนมาทางอาหารไทยเพื่อให้คนไทยรับได้ ผนวกเอาวิธีการเพิ่มภูมิต้านทาน เช่น การอาบแสงตะวัน การทำสมาธิ เพิ่มรายงาน ออกกำลังกาย เป็นต้น

เมื่อเริ่มการรักษา ก่อนอื่นผู้ป่วยมะเร็งต้องหยุดงานทุกอย่างที่ทำอยู่ เพราะความเครียดเป็นศรัตรูตัวร้ายของภูมิต้านทาน เดิมทีเดียวเรามีผู้ป่วยมะเร็ง 2 ราย คุณเกรียงและคุณอาทร ชายหนุ่มอายุยังไม่ถึง 40 ปีด้วยกันทั้งคู่ ทั้งสองคนเป็นนักธุรกิจ และเป็นมะเร็งระยะท้ายเหมือนกัน คุณเกรียงเป็นมะเร็งของไตรระยะที่ 4 คุณอาทรเป็นมะเร็งลำไส้และลามไปที่ตับ คุณเกรียงหยุดทำงานอย่างเด็ดขาด เอาเงินที่มีอยู่ส่วนหนึ่งมาหมุนเล่นหุ้นแบบสบาย ๆ ไม่เครียด พอมีเงินใช้จ่าย คุณเกรียงว่าอย่างนั้น ทุกวันคุณเกรียงจะทำสมาธิ อาบแสงตะวัน และออกกำลังกายจนถึงระยะแอโรบิก คุณเกรียงหยุดงานปีหนึ่งเต็ม ๆ และเริ่มไปทำงานเบา ๆ สาบาย ๆ ในปีที่สองโดยเปลี่ยนงานใหม่ที่คิดว่าไม่ต้องวุ่นวายมาก เอาแค่มีงานทำ มีเงินพอใช้ สองปีแล้ว คุณเกรียงยังอยู่ในระยะที่ปลอดมะเร็ง

ส่วนคุณอาทรหมอคนรักษาบอกว่จะอยู่ได้ 6 เดือน คุณอาทรก็หยุดงานเหมือนกัน แต่พอถึงเดือนที่ 8 กลับคิดได้ว่า เอ๊ะเรายังไม่ตายนี่ อาการทุกอย่างก็เป็นปกติ กินได้ น้ำหนักอยู่ตัว ออกกำลังกายได้เต็มที่ตามวัย คุณอาทรเกิดเสียดายเงินที่ลงทุนเอาไว้จึงกลับไปทำงานตามปกติในเดือนที่ 8 งานที่ค้างเอาไว้มีปัญหาวุ่นวายนัก คุณอาทรเครียดงานอยู่ได้เพียง 2 เดือนมะเร็งเจ้ากรรมก็ลามไปที่สมอง และรักษาไม่ได้

จากประสบการณ์ โดยทั่วไปวิธีการที่ใช้บำบัดมะเร็งมีดังนี้

1. อาหารรักษามะเร็ง

แมกซ์ เกอร์สัน วิลเลียม เคลลี และแมคโครไบโอติกส์ ให้ความสำคัญกับอาหารเป็นที่สุด เพราะอาหารที่เรากินเข้าไปจะทำให้ก้อนมะเร็งยุบลง ทำให้เซลล์มะเร็งที่กระจัดกระจายอยู่ในกระแสเลือดลดลง และอาหารยังเพิ่มภูมิต้านทานให้กับเซลล์เม็ดเลือดขาวทำให้มันทำลายมะเร็งได้หมดจด

ธรรมชาติบำบัด

2. การสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ

วิธีการนี้ก็เป็นวิธีการที่เกอร์สัน เคลลีและแมคโครไบโอติกส์นิยมใช้ เป็นวิธีเร่งตับให้ขจัดสารพิษออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด เรารู้ว่าก้อนมะเร็งเองประกอบด้วยเนื้อตายอยู่ในแกนกลาง เนื้อตายนี้ใช้ว่ามันจะอยู่เฉย ๆ การเน่าสลายของเนื้อเยื่อที่ตายแล้วย่อมให้สารบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งไม่สบาย ตั้งแต่ครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ เบื่ออาหาร กินไม่ได้ ผอมลง ฯลฯ การสวนด้วยกาแฟจะทำให้คนไข้สบายขึ้น ในบางรายที่มีไข้สามารถทำให้ไข้ลดลง สามารถกินได้มากขึ้นและฟื้นตัวได้เร็วกว่า

3. การทำสมาธิ

เป็นวิธีการแบบตะวันออกที่มีผลต่อกำลังใจ ทำให้ใจสงบได้อย่างดีที่สุด เมื่อไม่เครียดภูมิต้านทานก็จะกระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. การออกกำลังกาย

ยืนยันว่าการออกกำลังกายจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หากยังไม่ค่อยแข็งแรงก็ออกกำลังแต่เพียงเบา ๆ เช่นเดิน หรือทำกายบริหารในน้ำ แต่ถ้าแข็งแรงขึ้นเป้าหมายการออกกำลังกายอยู่ที่ต้องทำให้ได้ถึงขั้นแอโรบิก นั่นคือต้องเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก อะไรก็ได้ที่ต้องทำต่อเนื่องนานเกินกว่า 15 นาที เพื่อให้ชีพจรเต้นเร็วตามที่กำหนดไว้ ซึ่งแล้วแต่ว่าแต่ละคนอายุมากน้อยขนาดไหน และเคยออกกำลังมาบ้างแค่ไหน

อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่หัดได้ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ เพิ่มวิธีการและระยะเวลาการออกกำลังกายไปทีละน้อย ๆ เท่าที่ร่างกายจะทนได้

5. การอาบแสงตะวัน

เป็นวิธีการของโยคะมาแต่โบราณ ความอบอุ่นจากแสงตะวันยามเช้าจะทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นทั่วร่างกาย ที่จริงวิธีนี้ เหมาะสำหรับโรคเรื้อรังทั้งหลาย เหมาะสำหรับคนฟื้นไข้ แต่การอาบแสงตะวันไม่ใช่การอาบแดดที่ใช้แสงแดดที่ใช้แสงตรงเผาจนผิวเกรียม หากเราใช้ใบตองสดมาคลุมกาย ความเขียวของใบตองจะกรองเอาเฉพาะสีเขียวมาตกต้องร่างกาย ทำให้อบอุ่นและเย็นในเวลาเดียวกันเพราะแสงสีเขียวเป็นแสงเย็น

วิธีการนี้ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้นเพราะร่างกายถูกระตุ้นด้วยความร้อนจากตะวัน และขณะเดียวกันเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลวนเวียนไปทั่วร่างกายเหมือนกับการส่งเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่าแล้วลาดตระเวณออกไปทั่วร่างเพื่อจับเซลล์มะเร็งกิน

6. วารีบำบัด

การใช้น้ำหรือความร้อนความเย็นกระตุ้นร่างกายเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน และระบบไหลเวียนของเลือด เช่นการอบซาวน่า การอาบน้ำร้อนและเย็นสลับกัน

7. การใช้วิตามินเกลือแร่

วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นได้แก่ วิตามินซีขนาดสูงเพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็ง และวิตามินต้านอนุมูลอิสระ ใช้ในแง่ต้านอนุมูลอิสระและเสริมภูมิต้านทาน ทั้งนี้เพราะในระยะแรกผู้ป่วยมะเร็งมักจะกินไม่ค่อยได้และไม่ค่อยคุ้นชินกินอาหารที่ปรับให้ใหม่ จึงจำเป็นต้องใช้วิตามินในระยะแรก

8. การบำบัดอาการอื่น ๆ

วิธีการนี้เป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดในการรักษาอาการที่อาจจะเป็นอยู่เช่นอาการปวด อาจใช้วิธีกดจุด ฝังเข็ม หรือกายภาพบำบัด

จะเห็นได้ว่าทั้ง 8 วิธีที่กล่าวมา มี 7 วิธีสำคัญที่สามารถทำเองที่บ้านได้ มีเพียงวิธีที่ 8 เท่านั้นถ้าต้องการการฝังเข็มหรือกายภาพบำบัด ก็ต้องเป็นการรักษาทางคลินิก

อย่างไรก็ตามต้องเน้นก่อนว่าการรักษามะเร็งเป็นเรื่องของการรักษาแบบองค์รวม ต้องใช้ทุกวิธีประกอบกันไป ไม่ใช่เลือกใช้แต่วิธีใดวิธีหนึ่ง อย่าลืมว่านี่เป็นฟื้นฟูระบบของร่างกายเสียใหม่ จึงต้องลงแรงมาก ถ้าจะเปรียบเป็นสงครามระหว่างเซลล์ละก้อ ใช้เฉพาะการรบทางบกอย่างเดียวไม่ชนะแน่ เราต้องวางแผนการรบให้รอบคอบใช้ทั้งบก เรือ อากาศ ขีปนาวุธ ทุกวิถีทางเล่นงานเซลล์มะเร็ง เราจึงเอาชนะได้ในที่สุด

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

  • มะเร็งมุมมองของธรรมชาติบำบัดมะเร็งมุมมองของธรรมชาติบำบัด ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเรื่องของมะเร็งเสียใหม่ การที่ก้อนเนื้อร้ายเกิดขึ้นในปอด ตับ เต้านม มดลูก ลำไส้ ฯลฯ หาได้แปลว่า ปอด ตับ เต้านม มดลูก และลำไส้ อวัยวะหนึ่งอวัยวะใดเป็นโรค […]
  • วิตามินซีที่ใช้ไม่มากเกินไปหรือป่าววิตามินซีที่ใช้ไม่มากเกินไปหรือป่าว โดยปกติร่างกายของเรารู้ได้ด้วยตัวเองว่าต้องการวิตามินซีขนาดไหน มันจะปรับของมันเอง กล่าวคือในผนังลำไส้ของเรามีประตูเล็ก ๆ สำหรับทางเข้าของวิตามินซีมากมาย […]
  • อาหารรักษามะเร็งอาหารรักษามะเร็ง จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเรามาสามารถประมวลอาหารเพื่อรักษามะเร็งได้ดังนี้ 1. อาหารแนะนำ - ผักสดผลไม้สด เน้นที่ความสด และเน้นที่ปริมาณมาก สลับด้วยน้ำคั้นจากผักหรือผลไม้สด […]
  • อาหารรักษามะเร็งอาหารรักษามะเร็ง ฮิปโปเครตีส บิดาของการแพทย์มีหลักการรักษาโรคที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ “ถือว่าอาหารเป็นยา” ฮิปโปเครตีสย้ำว่าหมอควรจะสั่งอาหารเพื่อรักษาโรค […]
  • ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดมะเร็งปัจจัยส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง ธรรมชาติบำบัดสรุปปัจจัยต่างๆ  ที่ทำให้เกิดมะเร็งตามผลงานวิจัยล่าสุดเอาไว้ว่า 1. เกิดจากอาหารการกิน เข่น กินอาหารไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่กินผัก ไม่กินข้าวกล้อง […]