17 March 2013

วิธีการการปลูกสะเดา

เมื่อก่อนการขยายพันธุ์สะเดาจะเป็นไปโดยธรรมชาติ เช่น ผลอาจจะสุกแล้วร่วงหล่น แล้วงอกต้นไม้ขึ้นมาบ้าง

หรือนกจิกกินผลบนต้น แล้วนำไปตกงอกไหลไกลจากต้นแม่บ้าง เหตุที่เมื่อก่อนไม่มีใครสนใจขยายพันธุ์สะเดานั้น เพราะว่าสะเดาเป็นพืชพื้นๆ แต่ต่อมาไม้ในป่าเริ่มลดน้อยลง จึงมีผู้เริ่มนำเมล็ดสะเดาไปเพาะแล้วปลูกเป็นแปลง รวมทั้งปลุกสองข้างทางหลวง ขนาดว่าปลูกแล้วทิ้งเลยต้นยังเติบโตได้ จึงทำให้ริมถนนหลายสายของไทยมีต้นสะเดาที่เกิดจากการปลุกของกรมทางหลวงเรียงรายอยู่เต็มไปหมด นั่นเพราะสะเดาเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ทนความร้อนได้ดี ปลูกได้ดีในดินทุกประเภท และไม่ต้องการน้ำมาก

การขยายพันธุ์สะเดาใช้วิธีเพาะเมล็ด ซึ่งสามารถทำได้จำนวนมาก เพราะปริมาณของผลสะเดามีมากในทุกๆ ปี แต่ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ได้นาน เพราะเมล็ดจะสูญเสียเปอร์เซ็นต์ความงอกงามได้เร็วมาก หลังจากเก็บผลสุกมาและเอาเนื้อออกหมดแล้ว ล้างเมล็ดให้สะอาดนำไปเพาะทันที จะงอกได้ดีมาก

เมื่อสะเดาเจริญเติบโตจะติดผลเมื่ออายุ 5 ปีขึ้นไป และให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป ปริมาณของผลสะเดาจะอยู่ระหว่าง 10-50 กก./ต้น/ปี

การปลูกสะเดา 

1. การเตรียมพื้นที่ไถพรวนปรับพื้นที่ให้เรียบ เก็บเศษไม้ และวัชพืช สุมเผาในช่วงฤดูร้อน แล้วปักหลักกำหนดระยะปลูก

2. ระยะปลูกขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูก เช่น ต้องการไม้ขนาดเล็ก ใช้ระยะปลูก 1 x 2 หรือ 2 x 2 เมตร ต้องการไม้ใหญ่สำหรับใช้ในการก่อสร้างและทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้ระยะปลูก 2 x 4 หรือ 4 x 4 เมตร ต้องการเมล็ดไปทำสารฆ่าแมลง ใช้ระยะปลูก 6 x 6 เมตร แต่เพื่อไม่ให้เสียพื้นที่อาจปลูกระยะถี่ก่อน เมื่อเรือนยอด เบียดชิดกันจึงตัดสะเดาบางส่วนไปใช้ประโยชน์ ให้ต้นสะเดาที่เหลือมีระยะห่างตามวัตถุประสงค์การปลูกต่อไป

3. หลุมปลูก ขนาดที่เหมาะสม คือ กว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 25 x 25 x 25 เซนติเมตร

  • วิธีปลูก หลังจากขุดหลุมปลูกแล้ว ให้ตากดินประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน แล้วจึงใส่ปุ๋ยร็อคฟอส เฟสรองก้นหลุม อัตรา 150-200 กรัมต่อหลุม หรืครึ่งกระป๋องนม แล้วนำกล้าไม้ที่เตรียมไว้ย้ายลงปลูก ขนาดกล้าไม้ที่เหมาะสมควรสูง 8-12 นิ้ว อายุประมาณ 4-5 เดือน ฤดูปลูกควรเป็นฤดูฝน โดยเลือกปลูกหลังจากวันที่ฝนตกหนัก ฉีกถุงพลาสติกใส่กล้าออก วางกล้าลงตรงกลางหลุมกลบดินและกดรอบๆ โคนต้นให้แน่น

การดูแลรักษา 

1. การกำจัดวัชพืช ในปีแรกจำเป็นต้องเอาใจใส่กำจัดวัชพืชออกบ้าง เพื่อไม่ให้สูงคลุมเบียดบังแย่งแสงและอาหารต้นสะเดา
2. การใส่ปุ๋ย เมื่อกล้าไม้ที่ปลูกตั้งตัวแล้วควรเร่งการเจริญเติบโต ด้วยการใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนกาแฟ โดยการพรวนดินรอบโคนดิน แล้วใส่ปุ๋ยตาม
3. การริดกิ่ง หากต้องการให้สะเดามีลำต้นตรง ใช้ประโยชน์ในการแปรรูปได้มากขึ้น ควรหมั่นริดกิ่งอยู่สม่ำเสมอ
4. การป้องกันไฟ ควรทำแนวกันไฟกว้างประมาณ 6-8 เมตร รอบแปลงปลูก เพื่อป้องกันไฟไหม้ในฤดูแล้ง

การปลูกสะเดา

การเก็บเกี่ยวผลสะเดา

สะเดาจะเริ่มติดผลเมื่ออายุ 3-5 ปี ให้ทำการเก็บผลสะเดาสุกจากต้นหรือผลที่ร่วงใหม่ๆ รีบนำมาแยกเนื้อหุ้มผลออกจากเมล็ด แล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำเมล็ดไปตากแดด 1-2 วัน แล้วนำไปผึ่งลมในที่ร่มจนแห้งสนิท จึงค่อยบรรจุใส่ภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เช่น กระสอบป่าน ถุงตาข่ายไนลอน เป็นต้น เก็บไว้ในที่แห้งเย็น ไม่อับชื้น เพื่อป้องกัน   เชื้อรา

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

  • การปลูกข้าวโพดหวานในสวนหลังบ้านท่านการปลูกข้าวโพดหวานในสวนหลังบ้านท่าน การปลูกข้าวโพดหวานไว้ที่สวนหลังบ้านนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนัก เริ่มต้นที่ 1 ตารางเมตร ขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว แต่ต้องไม่มีน้ำท่วมขัง และต้องมีแสงแดดส่องอย่างน้อย 8 ชั่วโมง/วัน […]
  • ข้อควรทราบเกี่ยวกับการบริโภคข้าวโพดข้อควรทราบเกี่ยวกับการบริโภคข้าวโพด 1. การเก็บรักษาเมล็ดข้าวโพด ควรระวังเรื่องของความชื้นไว้ให้มากเพราะความชื้นจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อรา และจะเกิดการหมักร้อนความร้อนที่เกิดขึ้นจากการหมักเหมาะแก่การที่แมลง จะมาวางไข่ […]
  • เมนูข้าวโพดโดดเด้งเมนูข้าวโพดโดดเด้ง ยำข้าวโพดหวาน ส่วนประกอบ ข้าวโพดหวานต้ม 2 ฝัก หมูสับ ¼ ถ้วยตวง กุ้ง ¼ ถ้วยตวง หอมแดง 3 หัว พริกขี้หนู 7 เม็ด ขึ้นฉ่าย ¼ ถ้วยตวง น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 […]
  • สะเดากับคุณค่าด้านอื่นๆสะเดากับคุณค่าด้านอื่นๆ สรรพคุณด้านอื่นของสะเดามีอีกหลากหลาย 1. เนื้อไม้สะเดา เหมาะสำหรับนำไปก่อสร้างบ้านเรือน ทำเสาเข็ม และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพดี 2. ปลูกเพื่อเป็นแนวกันลมและให้ร่ม […]
  • น้ำมันข้าวโพดน้ำมันข้าวโพด น้ำมันข้าวโพด (mazoia or corn oil) เป็นน้ำมันพืชไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ได้จากเอมบริโอของข้าวโพด หรือใบเลี้ยงนั้นเอง ในการผลิตต้องแยกเอมบริโอออกจากเมล็ดโดยการนึ่งและบดก่อน […]